Extended Reality: XR (เทคโนโลยีโลกเสมือนจริง - XR)
การพัฒนาเทคโนโลยี เช่น การประมวลผลแบบเอดจ์บนคลาวด์ การเชื่อมต่อเครือข่าย และดิจิทัลทวิน ทำให้เทคโนโลยี XR เติบโตเต็มที่ แว่นตา XR จะทำให้โลกเสมือนบนอินเตอร์เน็ตใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด และมันจะเปลี่ยนโฉมแอปพลิเคชันและวิธีปฏิบัติที่ผู้คนมีส่วนร่วมกับเทคโนโลยีต่างๆ เช่น ความบันเทิง โซเชียลเน็ตเวิร์ก ออฟฟิศ ช็อปปิ้ง การศึกษาและการดูแลสุขภาพ ในอีก 3 ปีข้างหน้า เราน่าจะได้เห็นแว่นตา XR รุ่นใหม่ที่มีรูปลักษณ์ และให้ความรู้สึกที่ไม่ผิดเพี้ยนไปจากแว่นตาทั่วไปออกสู่ตลาด และจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสู่อินเตอร์เน็ตในยุคต่อไป
AR VR MR XR เทคโนโลยีเสมือน หรือ Reality Technology ที่หลายคนคุ้นหูกันเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผสานโลกความเป็นจริงเข้ากับโลกเสมือน บทความนี้เราจะมาอธิบายกันว่าเทคโนโลยีแต่ละอย่างคืออะไร และมีความแตกต่างกันอย่างไร เพื่อเป็นการปูพื้นฐานเบื้องต้นก่อนที่จะเข้าสู่โลก Metaverse กัน
AR - Augmented Reality
AR หรือ Augmented Reality คือ ประสบการณ์การปฏิสัมพันธ์แบบ 3 มิติ ที่ผสมผสานมุมมองของโลกจริงเข้ากับเทคโนโลยีแบบเรียลไทม์ โดยมีอุปกรณ์เป็นตัวกลาง เช่น แว่น AR หรือโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ที่เมื่อผู้ใช้มองโลกผ่านอุปกรณ์เหล่านี้ก็จะเห็นภาพกราฟิกจากโลกเสมือนมาปรากฏอยู่ตรงหน้า
อีกทั้งยังเป็นเทคโนโลยีที่มีการเติบโตรวดเร็วกว่าเทคโนโลยีเสมือนจริงตัวอื่น เพราะสามารถใช้ได้กับสมาร์ทโฟนทั่วไป ตัวอย่างเด่นชัดที่สุดของ AR คือเกมยอดฮิตที่ให้ทุกคนมาไล่จับโปเกมอนตามสถานที่ต่างๆ อย่าง Pokémon Go ไปจนถึงวงการโฆษณาที่ให้ลูกค้าโต้ตอบกับป้ายผ่านทางโทรศัพท์มือถือได้
นอกจากนี้ยังมีบริษัทผลิตแอปพลิเคชันรองรับ AR อย่าง Amazon ที่นำเสนอ Amazon Augmented Reality โดยให้สแกน QR Code เพื่อเล่นเกมจากกล่องสินค้า ไปจนถึงแอปที่ให้ลูกค้าทดลองนำภาพเสมือนของเฟอร์นิเจอร์วางในบ้านประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อจริง เช่นเดียวกับแอป IKEA Place ของ IKEA รวมถึงฟิลเตอร์ที่หลายคนใช้กันในแอปพลิเคชันอย่าง Snapchat, Instagram, TikTok ไปจนถึงการนำ AR มาใช้กับผลิตภัณฑ์ โดยมีตัวอย่างโรงเบียร์ในอเมริกาที่ให้ลูกค้าใช้แอปดูข้อมูลเพิ่มเติมเพียงแสกนที่ขวด ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
VR - Virtual Reality
ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีเสมือนจะชวนให้เกิดความสับสนอยู่บ้างแต่สำหรับ VR นั้นแตกต่างจาก AR ตรงที่ VR จะพาผู้ใช้เข้าไปสู่โลกเสมือนด้วยการจำลองสภาพแวดล้อมให้สามารถมองผ่าน VR Headset รวมถึงสามารถเคลื่อนที่ไปมา และโต้ตอบได้อย่างเต็มรูปแบบโดยไม่มีภาพของโลกจริงเข้ามาแทรก ในขณะที่ AR ยังมีส่วนผสมของพื้นที่บนโลกจริง
หลายบริษัทใหญ่ก็ได้ผลิตอุปกรณ์สำหรับ VR ไม่ว่าจะเป็น Oculus Quest จาก Meta หรือ PlayStation VR จาก Sony เป็นต้น โดยเมื่อผู้ใช้สวมแว่น VR แล้วก็จะเหมือนหลุดเข้าไปอยู่โลกเสมือนอย่างเต็มตัวด้วยมุมมองแบบ 360 องศา
MR - Mixed Reality
สำหรับ MR หรือ Mixed Reality นั้นเป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานความเป็นจริงทางกายภาพกับโลกดิจิทัลเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่ง Microsoft ได้อธิบายถึง MR ว่าสามารถใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์สองประเภทที่แตกต่างกัน ได้แก่ Holographic devices ที่สร้างวัตถุดิจิทัลขึ้นมาและนำมาไว้ในโลกจริง ซึ่งจะทำให้ดูเหมือนกับว่าวัตถุนั้นมีอยู่จริง และอีกประเภทคือ Immersive devices เป็นการปกปิดองค์ประกอบที่อยู่บนโลกทางกายภาพพร้อมแทนที่ด้วยการสร้างสรรค์ทางดิจิทัลซึ่งทั้งสองตัวนั้นใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกัน
ทั้งนี้ Mixed Reality ถือเป็นอีกระดับของเทคโนโลยี AR ก็ว่าได้ โดยใน MR โลกทางกายภาพและโลกเสมือนจะสามารถโต้ตอบกันได้ และผู้ใช้ก็สามารถมีส่วนร่วมในโลกทั้งสองนี้ ลองนึกถึงภาพโฮโลแกรมที่ฉายขึ้นมาแล้วเราสามารถใช้มือเลื่อน หรือกดเลือกได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้สามารถมีปฏิสัมพันธ์ โต้ตอบกับสิ่งของจากโลกเสมือนได้ในหลายรูปแบบ หนึ่งในผลิตภัณฑ์สำหรับ MR คือแว่น HoloLens จาก Microsoft
XR - Extended Reality
Extended Reality หรือ XR เป็นการให้ความหมายอย่างกว้างของการรวมเทคโนโลยี AR, VR และ MR เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งน่าสนใจว่าหากเทคโนโลยีเสมือนเหล่านี้มารวมกัน จะทำให้เกิดประสบการณ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถเกิดการโต้ตอบ และมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น และด้วยการใช้งานร่วมกับ 5G จะยิ่งยกระดับให้มีคอนเทนต์เสมือนจริงคุณภาพสูงแบบ Real-Time และหากเข้าถึงง่ายได้ด้วยมือถือก็จะช่วยสร้างการรับรู้ของแบรนด์ได้มากขึ้นเช่นกัน
ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าตลาด XR จะมีมูลค่าถึง 4.63 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2026 และด้วยการเข้ามาของโควิดก็ยิ่งทำให้คนหันมาให้ความสนใจกับการสร้างประสบการณ์เสมือนจริง นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่ากว่า 80% ของผู้บริหารปัจจุบันมองว่า XR มีส่วนสำคัญในการเชื่อมระยะห่างระหว่างพนักงานที่เกิดขึ้นในช่วงโควิดให้เข้ามาใกล้กันมากขึ้น
สรุปความต่างของ AR VR MR และ XR
สำหรับความต่างของเทคโนโลยีเสมือนแต่ละตัวโดยสรุปคือเป็นการทำงานเพื่อนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรากฏบนโลกทางกายภาพ เป็นอีกก้าวที่คนจะสามารถมีปฏิสัมพันธ์และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างหลากหลาย หากสรุปอย่างง่ายให้เห็นภาพคือ AR จะเป็นการดึงกราฟิกมาไว้บนโลกจริง แต่ VR คือการเข้าไปในโลกดิจิทัลแบบเต็มตัวผ่านแว่น VR ส่วน MR คือขั้นกว่าของ AR ที่ผู้ใช้สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุดิจิทัลได้ราวกับเป็นวัตถุที่มีอยู่จริง และ XR เป็นการรวมความสามารถของเทคโนโลยีทั้งหมดเข้ามาไว้ด้วยกันเพื่อยกระดับการใช้งานเทคโนโลยีไปอีกขั้น
สิ่งสำคัญที่สุดคือธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ ตั้งแต่เพิ่มปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า สร้างสภาพแวดล้อมเสมือนสำหรับการทำงาน ที่ไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดของโลกก็สามารถให้ประสบการณ์ราวกับทำงานในออฟฟิศเดียวกัน หรือแม้แต่เพิ่มประสบการณ์สำหรับการจัดอีเวนต์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในยุคที่ทั้งโลกต้องเผชิญกับโรคระบาด ขณะเดียวกันอีกหลายอุตสาหกรรมก็มีทางเลือกเพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติงานจริงด้วยการใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงเพื่อจัดการกับความท้าทายในสายงานนั้นๆ
VR นั้นเป็นเทคโนโลยีเสมือนจริงที่สร้างโลกดิจิทัล 100% ทั้งสภาพแวดล้อมและวัตถุต่าง ๆ ผู้ใช้งานสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับโลกเสมือนได้ผ่านอุปกรณ์สวมใส่ เช่น Oculus Rift หรือ HTC Vive ในขณะที่ AR เป็นการเสริมความเป็นจริงโดยมักเป็นการสร้างวัตถุ (Object) ขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมจริงผ่านเครื่องมือ เช่น สมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์กล้องที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์
นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Mixed Reality หรือ MR ที่มีลักษณะเป็นลูกผสม Hybrid Reality ด้วยการผสมโลกจริงเข้ากับโลกเสมือนซึ่งสามารถปฏิสัมพันธ์ด้วยกันได้แบบ Real-Time และสุดท้ายคือเทคโนโลยี XR ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีเสมือนจริงที่มีอายุน้อยที่สุดในบรรดาเทคโนโลยีเสมือนจริงในปัจจุบัน
XR แตกต่างจากเทคโนเสมือนจริงอื่น ๆ อย่างไร?
Extended Reality หรือ XR นั้นเป็นเทคโนโลยีเสมือนจริงที่ผสมผสานหลากหลายมิติเข้าด้วยกันไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมในโลกจริง สภาพแวดล้อมดิจิทัล รวมถึงการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีสวมใส่ ถ้าหากจะทำความเข้าใจอย่างง่ายนั้นอาจหมายถึงการรวมเอาเทคโนโลยี VR+MR+AR = XR ก็คงไม่เกินจริงไปนัก ซึ่งจากการให้นิยามของบางสำนักนั้นให้ความหมายของ XR ว่า X นั้นอาจแทนได้ด้วยตัวอักษรใด ๆ ก็ได้
ปัจจุบันเทคโนโลยีกลุ่ม Reality นั้นนิยมใช้ในการฝึกฝนการทำงานสำหรับภาคธุรกิจและการศึกษา เนื่องจากสามารถลดต้นทุนและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในการฝึกฝน โดยเฉพาะการฝึกทักษะกับอุปกรณ์ที่มีราคาสูงหรือมีอันตรายในการลงมือจริง เช่น งานซ่อมบำรุงแท่นขุดเจาะน้ำมันหรือฝึกฝนสำหรับงานเชื่อมเป็นต้น
จุดเด่นของ XR นอกเหนือจากการผนวกรวมกันของเทคโนโลยีเสมือนจริงต่าง ๆ แล้ว ในส่วนของอุปกรณ์ควบคุมนั้นยังสามารถเลือกใช้ได้ทั้งคำสั่งท่าทาง (Gesture) หรือดำเนินการผ่านอุปกรณ์ควบคุม (Controller) ได้อีกด้วย แม้ว่าเทคโนโลยีเสมือนจริงอื่น ๆ นั้นจะมีการปรับใช้กันในการทำงานและชีวิตประจำวันแล้วแต่สำหรับ XR นั้นการเข้าถึงอาจยังมีกำแพงที่สูงด้วยต้นทุนด้านเทคโนโลยีที่มีราคาแพงไม่ว่าจะเป็นฮษร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ก็ตามที
จากบทความ ‘A Review of Extended Reality (XR) Technologies for Manufacturing Training’ ที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2020 ได้ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการใช้งาน XR ในกิจกรรมของงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการฝึกทักษะแรงงาน ไม่เพียงแต่ในส่วนของการฝึกอบรมงานซ่อมบำรุงและการฝึกประกอบชิ้นส่วนเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับงานที่ต้องฝึกฝนกระบวนการการรับรู้ (Cognition) และยังใช้ในการตรวจสอบวิเคราะห์การฝึกฝนที่มีอยู่เดิมว่ามีประสิทธิภาพหรือไม่อย่างไรได้อีกด้วย
ในอีกแง่มุมหนึ่งการใช้ XR กับหุ่นยนต์ก็มีงานวิจัยออกมาอีกไม่น้อยเช่นกัน โดยใช้เพื่อฝึกฝนหุ่นยนต์ให้ทำงานตามขั้นตอนต่างๆ ตลอดจนเพิ่มความสามารถในการทำงานร่วมกับมนุษย์ก็สามารถทำได้ ซึ่งนอกเหนือจากงานอุตสาหกรรมแล้ว การใช้งานทางการแพทย์ ทางการทหารและกิจกรรมอื่น ๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น