Microneedles สำหรับการฉีดยาและการทดสอบที่ไม่เจ็บปวด

หากคุณลองจินตนาการถึงเข็มการพัฒนาของ Microneedles จะช่วยลดความเจ็บของการฉีดยาได้ และนอกจากนั้นยังสามารถส่งเสริม personalized medicine ด้วยการใช้ wireless communication ผ่าน microneedles ได้อีกด้วย แต่ที่สำคัญที่สุดนั้นคือการที่ microneedles จะเป็นนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการแพทย์ การที่เข็มฉีดยามีขนาดเล็กลงนั้น จะทำให้ผู้คนในเขตห่างไกลสามารถเข้าถึงการใช้ได้มากขึ้น เนื่องจากสามารถที่จะฉีดเองได้ หรือเก็บ blood sample เองได้แม้จะไม่มีแพทย์อยู่ในเขตนั้น ๆ ก็ตาม
ดังนั้นนวัตกรรม microneedles นี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในวงการสารธารณสุขไทยและต่างประเทศ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแพทย์ และขยายการรักษาไปในพื้นที่ขาดแคลน
มื่อนักวิจัยจาก Georgia Institute of Technology และ the Emory University ได้คิดค้นและออกแบบอุปกรณ์ใหม่ที่มีการใช้งานได้เหมือนกับเข็มฉีดยา แต่อยู่ในรูปแบบ Patch Sticker หรือแผ่นแปะสติ๊กเกอร์แทน โดยหัวหน้าทีมวิจัย Mark Peausnitz ได้อธิบายรูปแบบและการทำงานของเจ้า 'Microneedle Patch' ไว้ว่า
“ คุณต้องกล้องจุลทรรศน์ส่องเข้าไป แล้วจะเห็นเข็มเล็กๆ ซ่อนอยู่ เมื่อแปะแผ่นนี้ไว้ เข็มเหล่านั้นจะทิ่มเข้าไปในผิวหนังโดยที่เราจะไม่รู้สึกเจ็บมากนัก ซึ่งต่างกับการฉีดยาแบบปกติที่ฉีดตรงเข้ากล้ามเนื้อ และเข็ม 'Microneedle Patch' นี้ จะส่งตัวยาผ่านผิวหนัง โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการทำงาน
จากการทดลองในคลินิกขนาดเล็ก ที่ได้ตีพิมพ์ลงใน The Lancet โดยใช้ 'Microneedle Patch' เพื่อให้วัคซีนไข้หวัดใหญในอาสาสมัครจำนวน 100 คน พบว่า อาสาสมัครเจ็บปวดน้อยลงเมื่อเทียบกับการให้วัคซีนแบบปกติที่ใช้เข็มฉีดยา ซึ่งบางคนอาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อยคือผื่นและการระคายเคือง แต่ก็จะหายได้เองภายใน 2-3 วัน
และผลการวิจัยเบื้องต้นยังบอกอีกว่า การส่งผ่านวัคซีนไข้หวัดใหญ่ผ่านแผ่นสติกเกอร์นี้สามารถทำได้จริง และทาง FDA (องค์การอาหารและยา) จะทำการศึกษาเกี่ยวกับการใช้ในคนจำนวนมากเพื่อความปลอดภัยในชีวิตผู้คนและมั่นใจได้ว่ามันจะทำงานได้อย่างเป็นประสิทธิภาพต่อไปนอกจากแผ่น 'Microneedle Patch' นี้ จะช่วยลดความเจ็บปวดจากการฉีดยาแล้ว ความพิเศษและสะดวกของแผ่นแปะ microneedle นี้ ยังมีอีกหลายอย่าง เช่น เราสามารถทำ(ฉีดยา)ได้ด้วยตัวเอง เพียงซื้อมันมาจากร้าน/คลินิก กลับบ้าน แล้วแปะมันไปที่ผิวหนังซักพักหนึ่ง ดึงออก แล้วทิ้งมันได้อย่างปลอดภัย และตัวเข็มจะทำจากวัสดุที่ย่อยสลายได้เอง
อีกทั้งแผ่นแปะนี้ยังสามารถวางไว้ด้านนอกตู้เย็นที่อุณหภูมิห้อง นั่นทำให้คุณสามารถส่งมันเป็นพัสดุไปหาคนอื่นก็ได้ด้วย และแม้ว่าต้องใช้เวลา 2-3 ปี ในการแก้ไขและพัฒนาเพิ่มเติม แต่เจ้าแผ่นแปะแทนเข็มฉีดยา หรือ 'Microneedle Patch' ก็ถือเป็นอีกนวัตกรรมที่พลิกโฉมวงการแพทย์เลยก็ว่าได้
โชคชัย พวงศิริ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไมนีด เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า บริษัทจัดอยู่ในกลุ่มดีพเทคสตาร์ทอัพด้านสุขภาพ ที่สปินออฟมาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี 2562 เพื่อมุ่งเน้นพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการใช้งานทางการแพทย์ในระดับโลก โดยอาศัยความเชี่ยวชาญในด้านของเทคโนโลยีทางการส่งสาร ที่เน้นพัฒนาเทคโนโลยีนำส่งสารเข้าสู่ผิวหนังด้วยไมโครนีดเดิล (Microneedle) แบบละลายน้ำได้ เนื่องจากมองเห็นว่าเทคโนโลยีนี้มีศักยภาพสูง และเป็นที่ต้องการในอนาคต โดยจะใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อนำส่งผลิตภัณฑ์ด้านเครื่องสำอางและยาเป็นหลัก และมั่นใจว่าเทคโนโลยี Detachable and Dissolvable Microneedle มีประสิทธิภาพมากกว่าบริษัทไมโครนีดเดิลคู่แข่งชั้นนำของโลกหลากหลายบริษัท
จุดเด่นหลักของเทคโนโลยีคือ กลไกการหลุดของเข็มออกจากแผ่น ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 2 นาที ต่างจากไมโครนีดเดิลแบรนอื่น ๆ ในรูปแบบเข็มละลายได้ที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย ไม่ต่ำกว่า 2 - 6 ชม. ด้วยจุดแข็งนี้ ทำให้การใช้งานโดยผู้บริโภคเป็นไปได้อย่างง่ายดาย นอกจากนั้นการส่งสารด้วย Microneedle Technology ยังทำให้ผู้บริโภคได้รับสารต่าง ๆ เข้าสู่ใต้ผิวหนังได้แน่นอนแม่นยำมากที่สุดโดยให้ประสิทธิภาพเหนือจากครีมหรือเซรั่มทั่วไปที่สารส่วนใหญ่จะถูกทิ้งไว้บนผิวหนังและยากต่อการซึมเข้าสู่ผิวนำส่งสารเข้าสู่ชั้นผิวหนัง
โดยนวัตกรรม Dissolvable Microneedle หรือ Microneedle ชนิดละลายได้ ทำมาจากโพลิเมอร์ที่ละลายน้ำได้ มีลักษณะเป็นเข็มขนาดเล็ก (ความยาวเข็ม <1000 ไมโครเมตร) ใช้สำหรับการนำส่งยาเข้าสู่ร่างกายผ่านผิวหนัง โดยตัวเข็มจะทิ่มทะลุผ่านผิวหนัง ชั้น “สตราตัม คอร์เนียม” (Stratum Corneum) ทำให้การส่งสารเข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งตัวเข็มสามารถบรรจุยาหรือสารต่างๆลงไปได้หลายชนิดแล้วแต่แอพพลิเคชั่นที่ต้องการ และยังสามารถลดหรือเพิ่มปริมาณสารได้
นอกจากนี้ตัวเทคโนโลยียังสามารถควบคุมการละลายของสาร เพื่อให้สอดคล้องต่อความต้องการไม่ว่าจะเป็นช้าหรือเร็ว เปรียบเสมือนแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่สามารถแตกออกเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายรูปแบบ ทั้งยังลดปัญหาการเกิดจุดด่างดำ (Hyperpigmentation) ที่เกิดจากการอักเสบของผิว และยังสามารถกักเก็บยาหรือสารออกฤทธิ์ต่างๆ ไว้ในตัวเข็มได้
โดยวิธีการทำงานคือ จะหล่อสารขึ้นในตัวเข็ม ซึ่งเมื่อตัวเข็มเป็นของแข็งจะเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บดีกว่าในรูปสารละลาย โดยสามารถเก็บได้ในอุณหภูมิห้อง ส่วนประสิทธิภาพการเก็บรักษาจากการทดสอบพบว่าทางด้านเครื่องสำอางสามารถเก็บได้นานถึง 2 ปี
ทั้งนี้บริษัทฯเพิ่งผ่าน Seed fund raising round มาเป็นที่สำเร็จ โดยมีนักลงทุนมากมายต่างให้ความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็น เครือบมจ. กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) และบริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
รุกวิจัยเซกเตอร์ "ยา"
และยังได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางตลาดของผลิตภัณฑ์ ซึ่งก็แน่นอนว่า ต้องมีการทำวิจัยในเชิงลึกจากกลุ่มแพทย์ตามโรงพยาบาลขนาดใหญ่ทั้งของรัฐและเอกชน รวมทั้งคลินิกเสริมความงามต่างๆ ตลอดจนผู้บริโภค เพื่อทดสอบการรับรู้ หรือ ความพร้อมที่จะทดลองใช้ กระทั่งได้ข้อมูลมาปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ โดยล่าสุดสามารถนำไปขอขึ้นทะเบียนและขออนุญาตจากองค์การอาหารและยา (อย.) เป็นที่เรียบร้อย
โชคชัย กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันแพลตฟอร์มสามารถใช้ได้ทั้งเครื่องสำอางและยา ซึ่งในด้านเครื่องสำอางมีลูกค้าทั้งในไทยและยุโรปซึ่งได้มีการขึ้นทะเบียน อย. ให้กับลูกค้าเรียบร้อยทั้งในไทยและต่างประเทศ ส่วนในด้านของยาต้องผ่านการวิจัยเพิ่มเติม (Clinical Trial) ฉะนั้นจึงอยู่ในกระบวนการหาพาร์ทเนอร์ การทำวิจัยต่างๆทั้งในไทยและต่างประเทศ
สำหรับความท้าทายในฝั่งของทางด้านธุรกิจ เรื่องแรกมองว่าคือ กฎระเบียบข้อบังคับของทางฝั่งยา ที่จะต้องอาศัยกระบวนการหลายอย่าง ทั้งเงินลงทุนจำนวนมาก และเวลาค่อนข้างนาน จึงเป็นเสมือนความท้าทายใหญ่ๆที่ต้องผ่านไปให้ได้ อีกทั้งธุรกิจหลักจะต้องอาศัยการจับมือกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจรายใหญ่ๆ ส่วนทางฝั่งเทคโนโลยีค่อนข้างมั่นใจว่ามีความเสถียร เพราะได้มีการพัฒนาพร้อมกับทำการวิจัยและพัฒนา และจดสิทธิบัตรมาเรื่อยๆจนกระทั่งปัจจุบันสามารถอัพสเกลสู่เชิงพาณิชย์ได้ เนื่องจากมีทีมงานทางด้านเทคโนโลยี ทีมวิจัย ทีมโปรดักท์ชั่นที่เข้มแข็ง
ด้านภาพรวมตลาดไมโครนีดเดิลในไทยพบว่าผู้เล่นที่ทำเทคโนโลยีทางด้าน Detachable and Dissolvable Microneedle ยังไม่ค่อยแพร่หลายมากนัก หากเทียบกับตลาดโลกพบว่าเทคโนโลยีไมโครนีดเดิลเกิดขึ้นมาได้ประมาณ 20 ปี ฉะนั้นจึงมีคู่แข่งในตลาดโลกจำนวนมาก แต่กระนั้นก็ยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก ด้วยข้อจำกัดทางเทคโนโลยี เช่น ปกติการส่งยาเข้าสู่ร่างกายสิ่งที่สำคัญคือปริมาณยาที่จะต้องแม่นยำ ทางบริษัทฯจึงพัฒนานวัตกรรมตอบโจทย์ตรงจุดนี้ ด้วยเทคโนโลยี Detachable and Dissolvable Microneedle ทำให้แม่นยำ จึงสามารถนำหน้าคู่แข่งในตลาดได้
ตั้งเป้าโต 300%
“แผนดำเนินการของบริษัทแบ่งออกเป็น 2 เส้นทางใหญ่ๆ โดยในปี 2564 ได้มีการจำหน่ายสินค้าในรูปแบบการทำ OEM เครื่องสำอางเรียบร้อยแล้ว และที่ผ่านมาได้มีการระดมทุนรอบซีด ซึ่งตรงนี้มองว่าเป็นการจุดประกายในด้านของธุรกิจว่าในปีต่อ ๆ ไปลูกค้าทางด้านเครื่องสำอางจะเพิ่มขึ้น และบริษัทฯจะต้องมีความสามารถผลิตและส่งออกเครื่องสำอางกับต่างประเทศได้เยอะขึ้นในปี 2565 ฉะนั้นการเติบโตภายในปี2565 จึงคาดว่าจะเกิน 300% ซึ่งทางด้านเครื่องสำอางเราจะเตรียมการผลิตเพื่อรองรับลูกค้าจากทั้งในและต่างประเทศ ส่วนทางด้านยาคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ปีถึงจะสามารถพัฒนา ผ่านการตรวจสอบทางด้าน clinical trial และออกมาเป็นโปรดักท์ได้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเสาะหาพาร์ทเนอร์”
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น